เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ด้วยตัวเองง่ายๆ แค่ขายของใน Shopee

เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ด้วยตัวเองง่ายๆ แค่ขายของใน Shopee

shopee เป็นอีกหนึ่งนามที่หลายคนคงคุ้นเคย นั่นก็คือเว็บไซต์ขายของออนไลน์รายใหญ่ที่กำลังมาแรง มีการจัดโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักภายในเวลาอันรวดเร็ว

shopee เปรียบเสมือน “ตัวช่วย” ที่ช่วยให้เราขายของได้ง่ายขึ้น สมมติเปรียบเทียบระหว่างขายของใน Facebook ตัวเองกับขายของผ่าน shopee ก็เปรียบเสมือนการขายของหน้าบ้านตัวเองกับการขายของในตลาด โดย shopee เป็นตลาดออนไลน์ ที่มีผู้ต้องการสินค้าเข้าไปช้อปปิ้งภายในเว็บไซต์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าหลากหลายมากมาย โดยปัจจุบัน shopee มีฐานลูกค้ากว้างขวางทำให้การขายของใน shopee ถือเป็นโอกาสทำรายได้ที่ดีอีกหนึ่งช่องทาง

ขายของใน shopee ทําไง

วิธีการขายของผ่าน shopee ไม่ยากเลย เพียงแค่โพสต์รูปภาพ พร้อมรายละเอียดและตั้งราคาขายผ่านเว็บไซต์ shopee ก็สามารถขายของได้แล้ว ซึ่งคล้ายกับโพสต์รูปภาพบน Facebook เพียงแต่ต้องมีบัญชี shopee ก่อน โดยการสมัครง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน

ขายของใน shopee ค่าส่ง

ค่าส่งสำหรับการส่งของ เบื้องต้นต้องทำการกำหนดมาก่อนว่าเท่าไร โดย Shopee จะทำการออกค่าส่งให้ 30 บาท สำหรับผู้ซื้อที่ซื้อครบ 250 บาทหรือแล้วแต่โปรโมชั่น ณ ขณะนั้น หากผู้ซื้อซื้อสินค้าไม่ถึงยอดขั้นต่ำที่ shopee กำหนดไว้ ผู้ซื้อจะต้องชำระค่าส่งเองทั้งหมด ผู้ค้าจะได้รับค่าส่งจากผู้ซื้อเต็มจำนวน แต่ถ้าหากผู้ซื้อทำการซื้อของครบกำหนดตามเงื่อนไขของ shopee ทางเว็บไซต์จะออกค่าส่งให้ผู้ซื้อจำนวน 30 บาท ซึ่งผู้ค้าจะได้รับเมื่อลูกค้ากด “รับสินค้า” แล้ว ผู้ค้าจะได้เงินค่าสินค้าพร้อมค่าส่งจากผู้ซื้อและเงินค่าส่ง 30 บาทจาก shopee

ขายของใน shopee กี่วันได้เงิน

ผู้ขายจะได้รับเงินหลังจากที่ลูกค้ากด “รับสินค้า”เป็นเวลา 3 วัน หากลูกค้าไม่กดรับสินค้า และทาง shopee ได้รับการอัพเดตจากไปรษณีย์ไทยหรือ Kerry ว่าลูกค้าได้รับสินค้าแล้ว ทาง Shopee จะทำการกระตุ้นลูกค้าให้กดรับสินค้า โดยให้เวลา 3 วันในการตรวจสอบสินค้า หากสินค้าไม่สมบูรณ์ลูกค้าต้องรีบแจ้งขอเงินคืน หากเพิกเฉยเป็นเวลา 3 วัน ทาง shopee จะโอนเงินเข้า Wallet ของผู้ค้าโดยอัตโนมัติ

เทคนิคเพิ่มยอดขาย/การขายของให้ดี

1.รูปสวยและตรงตามสินค้าจริง

2.หมั่นกดโปรโมทสินค้าเสมอ เพื่อให้สินค้าขึ้นหน้าแรกของ shopee

3.ตั้งราคาให้ถูกหรืออย่าแพงกว่าเจ้าอื่นที่ขายของเหมือนกัน เพราะเวลาลูกค้าหาซื้อสินค้าสามารถเลือกดูไล่จากราคาต่ำสุดไปสูงสุดได้ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้ามักเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่ขายราคาถูกที่สุด

4.ใส่รายละเอียดให้ครบถ้วน โดยเฉพาะขนาด กว้าง ยาว สูง ลึก น้ำหนัก

5.พยายามทำให้ร้านค้าของตนเองเป็น “ร้านค้าแนะนำ”ซึ่งจะเอื้ออำนวยให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากการซื้อสินค้า โดยการทำให้เป็นร้านค้าแนะนำทางเว็บไซต์ได้กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ ได้แก่

  • จำนวนคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 30 ชิ้นต่อเดือน
  • จำนวนผู้ซื้อขั้นต่ำ 15 รายต่อเดือน
  • คะแนนการตอบกลับลูกค้าขั้นต่ำ 75%
  • คะแนนร้านค้าขั้นต่ำ 4.5
  • อัตราการสั่งซื้อไม่สำเร็จไม่เกิน 10%
  • คะแนนความประพฤติไม่เกิน 0